ถ้าคุณอ่านมาจากบทความ “Personal Brand คืออะไร ทำไมคนธรรมดาก็สร้างได้” คุณคงพอเห็นภาพแล้วว่า Personal Brand ไม่ใช่เรื่องของคนดังหรือคนพูดเก่งเท่านั้น
คำถามที่ตามมาคือ “แล้วจะเริ่มตรงไหนดี”
หลายคนพอมาถึงจุดนี้ กลับไปติดกับดักเดิมโดยไม่รู้ตัว คือคิดว่าต้องรอให้ตัวเองพร้อมก่อน พร้อมจะพูด พร้อมจะออกกล้อง พร้อมจะมีผู้ติดตามสักจำนวนหนึ่งก่อน ถึงจะเริ่มได้
ทำไมหลายคนถึงรอให้พร้อมก่อนเริ่ม
ความเชื่อที่พบบ่อยที่สุดมีอยู่สามข้อ
ความเชื่อที่ 1: ต้องพูดเก่งก่อนถึงจะเริ่มได้
ความจริงคือ คนที่สร้าง Personal Brand จนสตรองส่วนใหญ่ ล้วนเริ่มต้นจากข้อความ(Text) และภาพนิ่ง โดยไม่มีการพูดสักคำ สิ่งที่สำคัญคือ…ความชัดเจนของความคิดต่างหากสำคัญกว่าทักษะการพูด
ความเชื่อที่ 2: ต้องออกกล้องถึงจะน่าเชื่อถือ
ความจริงคือ ความน่าเชื่อถือมาจากความสม่ำเสมอและความถูกต้องของสิ่งที่พูด หรือต้องการจะสื่อ ไม่ได้มาจากการเห็นหน้า มีคนจำนวนไม่น้อยที่ติดตามใครสักคนมาหลายปี โดยไม่เคยเห็นหน้าเขาสักครั้งด้วยซ้ำก็มี
ความเชื่อที่ 3: ต้องมีผู้ติดตามระดับหนึ่งก่อนถึงจะเริ่มสร้างแบรนด์ได้
ข้อนี้กลับหัวกลับหางที่สุด เพราะผู้ติดตามคือผลลัพธ์ที่ตามมาทีหลังการสร้างแบรนด์ ไม่ใช่เงื่อนไขที่ต้องมีมาก่อน
ถ้าคุณรอให้ทั้งสามข้อนี้พร้อมก่อน คุณอาจไม่ได้เริ่มเลยสักที
กรอบ 4 ขั้นตอน สร้าง Personal Brand สำหรับคนธรรมดา

ต่อยอดจากสี่องค์ประกอบพื้นฐานที่พูดถึงในบทความก่อนหน้า ผมขอแปลงมันเป็นขั้นตอนที่ลงมือทำได้จริง
ขั้นตอนที่ 1: หาจุดยืนของตัวเองก่อน
ก่อนจะโพสต์อะไรเลย ต้องตอบให้ได้ก่อนว่า ถ้าให้คนคนหนึ่งจำคุณได้เรื่องเดียว คุณอยากให้เขาจำเรื่องอะไร
จุดยืนที่ชัดเจนไม่ได้แปลว่าต้องเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ มันแค่ต้องเจาะจงพอที่คนจะแยกคุณออกจากคนอื่นได้
เรื่องนี้มีรายละเอียดค่อนข้างเยอะ ผมแยกเป็นบทความเต็มไว้ต่างหากแล้ว อ่านต่อได้ที่ “วิธีหาจุดยืน Personal Brand”
ขั้นตอนที่ 2: เลือกรูปแบบการสื่อสารที่เหมาะกับตัวเอง
ไม่มีกฎว่า Personal Brand ต้องสื่อสารด้วยวิดีโอเท่านั้น คุณเลือกได้ตั้งแต่ข้อความล้วน ภาพประกอบ เสียงอย่างเดียว ไปจนถึงการใช้ AI ช่วยร่างเนื้อหา
สิ่งสำคัญคือเลือกรูปแบบที่คุณทำได้ต่อเนื่อง ไม่ใช่รูปแบบที่ดูดีที่สุดแต่คุณทำได้แค่สองครั้งแล้วเลิก
ถ้าคุณเป็นคนไม่ถนัดออกกล้อง มีบทความที่เจาะเรื่องนี้โดยเฉพาะ อ่านต่อได้ที่ “วิธีทำคอนเทนต์โดยไม่ออกกล้อง”
ขั้นตอนที่ 3: สื่อสารในทิศทางเดียวกันอย่างสม่ำเสมอ
ความสม่ำเสมอไม่ได้แปลว่าต้องโพสต์ทุกวัน
มันหมายถึงการพูดเรื่องที่เกี่ยวข้องกับจุดยืนของคุณซ้ำ ๆ ในทิศทางเดียวกัน แทนที่จะเปลี่ยนเรื่องไปเรื่อย ๆ ตามกระแส
ถ้าสัปดาห์นี้คุณพูดเรื่องหนึ่ง สัปดาห์หน้าพูดอีกเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลย คนอ่านจะจับภาพคุณไม่ได้ ต่อให้คุณโพสต์บ่อยแค่ไหนก็ตาม
ขั้นตอนที่ 4: ให้คุณค่าก่อนเสมอ
ก่อนจะเชิญชวนอะไรก็ตาม ให้แน่ใจว่าคนอ่านได้อะไรจากคุณไปก่อนแล้ว อาจเป็นความรู้ วิธีคิด หรือแค่มุมมองที่ทำให้เขาเห็นปัญหาของตัวเองชัดขึ้น
Personal Brand ที่คนจดจำในทางที่ดี มักเป็นแบรนด์ที่ให้ก่อนมากกว่าขอก่อน
ข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนเริ่ม
เรื่องนี้ผมอยากพูดตรง ๆ ไปเลยครับ
การสร้าง Personal Brand ไม่มีทางลัดที่ทำให้เห็นผลใน 1-2 สัปดาห์ ความน่าเชื่อถือสะสมจากเวลาและความสม่ำเสมอเท่านั้น ไม่มีเทคนิคไหนเร่งมันให้เร็วขึ้นแบบข้ามขั้นได้
บางช่วงคุณอาจรู้สึกเหมือนพูดไปแล้วไม่มีใครฟัง นั่นเป็นเรื่องปกติของช่วงเริ่มต้น ไม่ได้แปลว่าวิธีที่คุณทำผิด
ผมจะไม่บอกคุณว่าทำตามขั้นตอนนี้แล้วจะสำเร็จแน่นอน เพราะไม่มีใครรับประกันแบบนั้นได้จริง สิ่งที่รับประกันได้คือ ถ้าคุณไม่เริ่ม โอกาสที่จะเห็นผลก็เป็นศูนย์แน่ ๆ
ถ้าเป้าหมายสุดท้ายของคุณคือธุรกิจเครือข่ายด้วย
สำหรับบางคนที่อ่านมาถึงตรงนี้ เป้าหมายอาจไม่ใช่แค่สร้างตัวตนออนไลน์เฉย ๆ แต่อยากใช้ Personal Brand เป็นฐานสำหรับธุรกิจเครือข่ายด้วย
ถ้าคุณอยู่ในกลุ่มนี้ คุณอาจมีคำถามค้างอยู่ในใจว่า ธุรกิจเครือข่ายน่าเชื่อถือแค่ไหน หรือจะทำอย่างไรไม่ให้ตัวเองถูกมองว่าเป็นนักขายที่ไล่ทักคนรู้จัก
เรื่องพวกนี้สำคัญพอที่จะพูดแยกเป็นบทความต่างหาก ลองอ่านเพิ่มที่ “ธุรกิจเครือข่ายน่าเชื่อถือไหม” และ “ทำธุรกิจเครือข่ายโดยไม่ทักเพื่อนได้ไหม”
แผนที่บทความในคลัสเตอร์ Personal Brand
อ่านต่อตามหัวข้อที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณตอนนี้ได้เลย
- ยังไม่แน่ใจว่า Personal Brand คืออะไร อ่าน “Personal Brand คืออะไร ทำไมคนธรรมดาก็สร้างได้”
- ยังหาจุดยืนของตัวเองไม่เจอ อ่าน “วิธีหาจุดยืน Personal Brand”
- ไม่กล้าออกกล้อง หรือพูดไม่เก่ง อ่าน “สร้าง Personal Brand แต่ไม่กล้าออกกล้อง เริ่มยังไงดี” และ “พูดไม่เก่ง สร้าง Personal Brand ได้ไหม”
- อยากรู้วิธีทำคอนเทนต์แบบไม่ต้องออกกล้อง อ่าน “วิธีทำคอนเทนต์โดยไม่ออกกล้อง”
- ยังไม่มีผู้ติดตามเลยสักคน อ่าน “ไม่มีผู้ติดตาม เริ่มสร้างตัวตนยังไง”
สรุป
Personal Brand ไม่ได้เริ่มจากความพร้อม แต่เริ่มจากจุดยืนที่ชัดเจน แล้วค่อยสื่อสารอย่างสม่ำเสมอในทิศทางเดียวกัน โดยให้คุณค่ากับคนอ่านก่อนเสมอ
ข้ออ้างที่ว่า “รอให้พร้อมก่อน” ไม่ควรมีน้ำหนักมากกว่าความตั้งใจที่จะเริ่มลงมือทำ
ด้วยความปรารถนาดี
Anuphon mingmun

