หลายคนได้ยินคำว่า Personal Brand แล้วนึกถึงคนที่มีผู้ติดตามเป็นแสน พูดเก่ง ออกกล้องทุกวัน หรือเป็นอินฟลูเอนเซอร์ที่มีทีมงานคอยถ่ายภาพให้
ถ้าคุณคิดแบบนั้นอยู่ ผมเข้าใจครับ เพราะสิ่งที่เราเห็นบนหน้าฟีดส่วนใหญ่ก็เป็นแบบนั้นจริง ๆ
แต่ความเข้าใจแบบนี้ทำให้คนจำนวนไม่น้อยเลิกคิดเรื่อง Personal Brand ไปตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่ม เพราะรู้สึกว่า “คงไม่ใช่ทางของฉันหรอก”
ทั้งที่ความจริงแล้ว Personal Brand ไม่ได้ผูกอยู่กับจำนวนผู้ติดตามหรือความสามารถในการพูดต่อหน้ากล้องเลยสักนิด
Personal Brand คืออะไรกันแน่
พูดแบบบ้าน ๆ Personal Brand ก็คือ สิ่งที่คนอื่นนึกถึงเมื่อได้ยินชื่อคุณ เท่านั้นเอง
ไม่ว่าคุณจะรู้ตัวหรือไม่ ทุกคนมี Personal Brand อยู่แล้วในระดับหนึ่ง เพื่อนร่วมงานของคุณคงมีภาพในหัวบางอย่างเกี่ยวกับคุณ คนในครอบครัวก็เช่นกัน
คำถามจึงไม่ใช่ “ฉันควรมี Personal Brand ไหม” แต่เป็น “ตอนนี้ Personal Brand ของฉันเป็นแบบที่ฉันอยากให้เป็นหรือยัง” ต่างหาก
การสร้าง Personal Brand อย่างตั้งใจ คือการเลือกที่จะสื่อสารให้คนที่ใช่ เห็นภาพที่ตรงกับสิ่งที่คุณต้องการให้เขาเห็น แทนที่จะปล่อยให้ภาพนั้นเกิดขึ้นแบบสุ่ม ๆ ตามที่ใครจะนึกอะไรได้ก็นึก
ทำไมหลายคนถึงคิดว่ามันเป็นเรื่องของคนดังเท่านั้น
เหตุผลก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไร คนที่เราเห็นพูดเรื่อง Personal Brand บ่อยที่สุดบนโซเชียลมีเดีย มักเป็นคนที่ทำสำเร็จแล้ว มีผู้ติดตามเยอะแล้ว
เราเลยเข้าใจไปเองว่า ผู้ติดตามเยอะคือ “ผล” ที่มาก่อน “เหตุ” ที่แท้จริง
แต่เอาเข้าจริง…
ผู้ติดตามเยอะเป็นผลลัพธ์ที่ตามหลังมาทีหลัง ไม่ใช่เงื่อนไขที่ต้องมีก่อนถึงจะเริ่มสร้าง Personal Brand ได้
คนที่มีผู้ติดตามเป็นแสนทุกวันนี้ ก็เคยเริ่มจากศูนย์เหมือนกันทั้งนั้น สิ่งที่ต่างจากคนทั่วไปไม่ใช่พรสวรรค์ในการพูด แต่เป็นความชัดเจนว่าตัวเองอยากให้คนจดจำเรื่องอะไร แล้วสื่อสารเรื่องนั้นซ้ำ ๆ อย่างสม่ำเสมอ
เหตุผลก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไร คนที่เราเห็นพูดเรื่อง Personal Brand บ่อยที่สุดบนโซเชียลมีเดีย มักเป็นคนที่ทำสำเร็จแล้ว มีผู้ติดตามเยอะแล้ว
เราเลยเข้าใจไปเองว่า ผู้ติดตามเยอะคือ “ผล” ที่มาก่อน “เหตุ” ที่แท้จริง
แต่เอาเข้าจริง…
ผู้ติดตามเยอะเป็นผลลัพธ์ที่ตามหลังมาทีหลัง ไม่ใช่เงื่อนไขที่ต้องมีก่อนถึงจะเริ่มสร้าง Personal Brand ได้
คนที่มีผู้ติดตามเป็นแสนทุกวันนี้ ก็เคยเริ่มจากศูนย์เหมือนกันทั้งนั้น สิ่งที่ต่างจากคนทั่วไปไม่ใช่พรสวรรค์ในการพูด แต่เป็นความชัดเจนว่าตัวเองอยากให้คนจดจำเรื่องอะไร แล้วสื่อสารเรื่องนั้นซ้ำ ๆ อย่างสม่ำเสมอ
องค์ประกอบพื้นฐานของ Personal Brand

ถ้าตัดภาพความหรูหราหรือความดังออกไป Personal Brand ที่แข็งแรงจะเหลืออยู่แค่ไม่กี่องค์ประกอบนี้
1. จุดยืนที่ชัดเจน
คุณช่วยใคร แก้ปัญหาอะไร และต่างจากคนอื่นตรงไหน ถ้าตอบคำถามนี้ไม่ได้ คนอ่านก็จะจำคุณไม่ได้เหมือนกัน
2. ความสม่ำเสมอ
ไม่ใช่การโพสต์ทุกวัน แต่คือการสื่อสารในทิศทางเดียวกันอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่วันนี้พูดเรื่องหนึ่ง พรุ่งนี้พูดอีกเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลย
3. คุณค่าที่มอบให้คนอื่นก่อน
Personal Brand ที่คนจดจำในทางที่ดี มักเป็นคนที่ให้ความรู้หรือมุมมองที่มีประโยชน์ก่อน ไม่ใช่คนที่พูดถึงแต่ตัวเอง
4. ความน่าเชื่อถือที่สะสมจากเวลา
ข้อนี้เร่งไม่ได้ ความไว้วางใจเกิดจากการเห็นคุณพูดสิ่งเดิมซ้ำ ๆ อย่างตรงไปตรงมาในระยะยาว ไม่ใช่จากโพสต์เดียวที่ปัง
สังเกตไหมครับว่าทั้งสี่ข้อนี้ ไม่มีข้อไหนเลยที่บังคับว่าต้องออกกล้อง ต้องพูดเก่ง หรือต้องมีผู้ติดตามเยอะมาก่อน
ลองนึกภาพตามดู
สมมติว่ามีพนักงานบัญชีคนหนึ่ง ไม่ถนัดพูด ไม่เคยออกกล้อง แต่เขาเริ่มเขียนโพสต์สั้น ๆ อธิบายเรื่องภาษีที่คนทั่วไปมักเข้าใจผิด สัปดาห์ละหนึ่งเรื่อง
ผ่านไปหลายเดือน คนที่ตามอ่านอาจยังไม่เยอะ แต่ทุกคนที่ตามอ่านรู้ว่า ถ้ามีคำถามเรื่องภาษีที่คนทั่วไปงง คนนี้แหละที่อธิบายให้เข้าใจง่ายที่สุด
นี่คือ Personal Brand ที่แข็งแรง ทั้งที่ไม่มีคลิปออกกล้องแม้แต่คลิปเดียว
แล้วคนธรรมดาอย่างเราจะเริ่มตรงไหน
จากสี่องค์ประกอบด้านบน จุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดคือ จุดยืน เพราะถ้ายังไม่รู้ว่าตัวเองอยากให้คนจดจำเรื่องอะไร การสื่อสารที่เหลือก็จะไม่มีทิศทาง
ยังไม่ต้องคิดเรื่องแพลตฟอร์ม ยังไม่ต้องคิดเรื่องออกกล้องหรือไม่ออกกล้อง เริ่มจากคำถามง่าย ๆ ก่อนว่า ถ้าให้คนคนหนึ่งจำคุณได้เรื่องเดียว คุณอยากให้เขาจำเรื่องอะไร
คำตอบของคำถามนี้แหละ คือจุดเริ่มต้นของทุกอย่างที่จะตามมา
สรุป
Personal Brand ไม่ใช่รางวัลของคนที่ดังอยู่แล้ว แต่เป็นระบบที่ใครก็สร้างได้ ถ้ามีจุดยืนที่ชัดเจนและสื่อสารอย่างสม่ำเสมอ
ข้ออ้างที่ว่า “ไม่มีคุณสมบัติพอ” ไม่ควรมีน้ำหนักมากกว่าความตั้งใจที่จะเริ่มต้น
ถ้าคุณพร้อมจะรู้ขั้นตอนจริง ๆ ว่าคนธรรมดาอย่างเราสร้าง Personal Brand ได้อย่างไร บทความถัดไปเจาะลึกเรื่องนี้ทั้งหมด ตั้งแต่การหาจุดยืนไปจนถึงการสร้างตัวตนแบบไม่ต้องออกกล้อง
ด้วยความปรารถนาดี
Anuphon Mingmun
อ่านบทความถัดไป “วิธีสร้าง Personal Brand สำหรับคนธรรมดา“

